พฤติกรรมการบริโภคที่ต้องสังเกตเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและเลือกซื้ออย่างคุ้มค่า
เทคนิควิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคเพื่อปรับการใช้จ่าย ลดงบและเลือกซื้อให้คุ้มค่า
รู้แรงจูงใจการซื้อของตัวเอง
เริ่มจากสังเกตว่าการซื้อครั้งล่าสุดมาจากความจำเป็นหรือความอยาก เช่น ซื้อข้าวกลางวันที่ร้านหรือสะดวกมาก เลือก 7-Eleven เพราะรีบหรือแค่อยากหยิบของจ่ายเงินสดง่ายๆ การแยกแรงจูงใจช่วยให้เราตัดสินใจได้ชัดว่าอะไรควรลดหรือเก็บไว้เป็นรางวัลตัวเอง
เมื่อรู้ว่าเหตุผลเป็นแบบไหน ให้ตั้งเกณฑ์ง่ายๆ เช่น หากไม่ใช่ของจำเป็นต้องรอ 24 ชั่วโมงก่อนซื้อ หรือถ้าต้องการซื้อของราคาเกิน 1,000 บาท ให้เปรียบเทียบก่อน ความนิ่งสักหน่อยช่วยลดการใช้เงินฟุ่มเฟือยและทำให้เงินในบัญชีบาทๆ อยู่ยาวขึ้น
บันทึกและแบ่งหมวดค่าใช้จ่าย
การจดรายจ่ายประจำวันด้วยแอปบนมือถือหรือสมุดเล่มเล็กเป็นเรื่องที่คนไทยทำได้ง่ายและเห็นผลทันที แยกหมวดเช่น อาหาร, เดินทาง, ช็อปปิ้ง, บันเทิง เพื่อรู้ว่าแต่ละเดือนเสียเงินไปกับอะไรบ้าง และคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้
เมื่อแบ่งหมวดเสร็จจะเห็นจุดที่ตัดได้ เช่น ลดเดลิเวอรี่เพราะใช้บริการ Grab หรือ Foodpanda บ่อยเกินไป หรือเลิกซื้อของตามโปรจนเกินงบ การมีข้อมูลจริงจะช่วยตั้งงบรายเดือนเป็นได้จริง ไม่ใช่แค่ความตั้งใจ
เปรียบเทียบราคาและใช้โปรให้เป็น
ก่อนตัดสินใจซื้อใหญ่ ควรเช็คราคาใน Lazada, Shopee, หรือร้านค้าจริง เปรียบเทียบรีวิวและค่าขนส่ง เพราะบางครั้งของถูกกว่าแต่ค่าส่งแพงกว่าทำให้ไม่คุ้ม ที่สำคัญอย่าให้คูปองหรือโปรล่อให้ซื้อของที่ไม่จำเป็น
ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกำนัลอย่างมีสติ ถ้ามีโปรผ่อน 0% ให้คำนวณจำนวนเดือนและดอกเบี้ยแอบแฝง บางครั้งการรอโปรเดือนหน้าอาจได้ราคาดีกว่า อย่าลืมตรวจสิทธิ์จากธนาคารหรือแอปที่ใช้จ่ายประจำเพื่อให้ได้ส่วนลดสูงสุด
ปรับพฤติกรรมเล็กๆ ให้เป็นนิสัย
เปลี่ยนนิสัยง่ายๆ อย่างนำกล่องอาหารจากบ้านไปกินกลางวัน หรือเตรียมกาแฟใส่แก้วส่วนตัวเพื่อลดค่าใช้จ่ายและขยะ นิสัยเล็กๆ แบบนี้ถ้าทำต่อเนื่องจะเห็นผลชัดเจนในบิลเดือนถัดไปและยังช่วยสุขภาพด้วย
ตั้งเป้ารายเดือนเป็นตัวเลขจริง เช่น ลดค่าเอาต์ติ้งลง 20% หรือเก็บออม 10% ของรายได้ แล้วติดตามผลทุกสิ้นเดือน ปรับตามความเป็นจริงและให้รางวัลตัวเองเมื่อทำได้สำเร็จ วิธีนี้ช่วยฝึกวินัยการใช้จ่ายแบบไทยๆ ที่คล่องแคล่วและเข้าใจสภาพเศรษฐกิจในประเทศ




























